“ความลื่นไหลและการเคลื่อนย้าย” ในมุมมองของภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์

หัวข้อ: การออกแบบนโยบายสาธารณะที่เปลี่ยนไปในยุคโลกาภิวัตน์

ในยุคสมัยของโลกาภิวัตน์ การพัฒนาของเทคโนโลยีด้านการสื่อสารที่ทำให้ทุกอย่างในโลกใกล้ชิดเข้าหากันมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของผู้คนและวัฒนธรรมเกิดขึ้นไปทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นในแง่การเคลื่อนย้ายของประชากร หรือวัฒนธรรมที่สามารถไหลลื่นไปได้ทั่วโลก การเปลี่ยนผันอย่างรวดเร็วนี้เองที่ทำให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ไม่เพียงแค่ในต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งผลมาถึงสังคมไทยด้วย อย่างแนวคิดของคนไทยที่มีความหลากหลายมากขึ้นจากการเกิดขึ้นของโลกาภิวัตน์ เช่น การเข้ามามีบทบาทที่มากขึ้นของวัฒนธรรมเกาหลี และค่านิยมในการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดเป็นความยากลำบากและอุปสรรคในทางสถาบันองค์กร ที่จะต้องคอยพัฒนา เปลี่ยนแปลงให้ทันกับกระแสสังคมที่ผันผวนนี้อยู่เสมอ 

 การเปลี่ยนเเปลงของผู้คนที่กล่าวถึงนั้นไม่ได้หมายถึงเเค่จำนวน เเต่ยังรวมถึงวัฒนธรรม เเนวคิด เเละวิธีการทำงานที่ไหลเข้ามารวมกัน ไม่เพียงเเต่ในสังคม เเต่ในการบริหารภาครัฐด้วย หน่วยงานของรัฐต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวให้ทันกับกระแสสังคมที่กำลังเปลี่ยนเเปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนอย่างมาก เนื่องจากเเนวคิดในการบริหารเรื่องต่าง ๆ ทั้งการบริการ การทำงาน หรือการออกเเบบเเละทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะอาจมีการเปลี่ยนเเปลงไป เเละหากบุคลากร หน่วยงาน รัฐบาล หรือ “ระบบ” ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการและคุณค่าของสังคมที่เปลี่ยนไปได้ ก็จะเกิดปัญหาเเละความขัดเเย้งในการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ เเละฉุดรั้งการพัฒนาของรัฐไม่ให้เติบโตตามที่ควรจะเป็น 

ความท้าทายนี้นับว่าไม่ใช่เรื่องน่าเเปลกใจ ในหน้าประวัติศาสตร์มีหลายครั้งที่รัฐต้องเปลี่ยนนโยบาย เเนวคิด หรือเเม้กระทั่งระบบการปกครองเพื่อตอบสนองต่อคุณค่าของสังคมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ประเทศไทยเองก็มีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงให้เห็นอยู่บ้าง เช่น โครงการที่ทำขึ้นเพื่อปรับปรุงหน่วยงานราชการให้มีความทันสมัย เเต่เราจะพบว่า โครงการเหล่านั้นมักไม่ได้เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้ดีเท่าที่ควร เนื่องจากเเม้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยน เเต่เเนวคิด ความเชื่อ ความสามารถของบุคคล เเละระบบการจัดการยังไม่สามารถปรับตัวไปตามเทคโนโลยีได้ ซึ่งยังนำไปสู่ความลำบากของการทำงานในองค์กรอีกด้วย 

ในปัจจุบัน พลวัตในการเปลี่ยนเเปลงยังคงมีอย่างต่อเนื่อง เเละหากหน่วยงานราชการเเละภาคส่วนการเมืองไม่สามารถปรับการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะให้ทันกับการเคลื่อนตัวของพลวัตนี้ได้ ผลกระทบจากปัญหาก็จะตกที่พลเมืองของรัฐ เเละจะนำไปสู่ความขัดเเย้งจากคุณค่าที่ขัดกันมากขึ้นอีกหากไม่ได้รับการเเก้ไข