แนะนำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาแบ่งออกเป็น 2 สาขาย่อย ได้แก่ ภาคสังคมวิทยา และภาคมานุษยวิทยา โดยในช่วงปี 1-2 จะมีการเรียนรวมกับเพื่อนภาคอื่น ๆ ตามปกติในรายวิชาทั่วไป และจะเริ่มแยกภาคตามสาขาที่เลือกเรียนในปี 3-4 การเรียนโดยรวมของภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาจะเรียนเกี่ยวกับการศึกษาสังคมและศึกษามนุษย์ตามชื่อของภาคตามลำดับ แต่ในส่วนของสาขามานุษยวิทยาที่จะเรียนเกี่ยวกับมนุษย์นั้น ไม่ได้ศึกษากระบวนการของจิตใจ ความรู้สึก ความคิดของมนุษย์ในแง่ที่คณะจิตวิทยาใช้ในการศึกษา แต่เน้นวิถีปฏิบัติและชีวิตทางวัฒนธรรม ของผู้คนและสิ่งละอันที่สร้างชีวิตให้กับสังคมร่วมกันขึ้นมา 

ในปัจจุบัน ไม่ได้มีการแยกทั้ง 2 สาขาออกจากกันอย่างเห็นได้ชัดเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากแต่ก่อนการศึกษาแนวมานุษยวิทยาจะเป็นการทำวิจัยแบบเน้นการลงพื้นที่ เข้าไปสำรวจ เข้าไปสัมภาษณ์ แต่ปัจจุบันนี้ ศาสตร์ไหน ๆ ก็สามารถใช้การลงพื้นที่ในการศึกษาได้ทั้งนั้น ทว่าความต่างของทั้ง 2 สาขานี้อยู่ที่ความลึกของการศึกษา เช่น มานุษยวิทยาจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับสิ่งที่ต้องการจะศึกษาโดยตรง และเขียนชาติพันธุ์วรรณนาเพื่อบันทึกชีวิตประจำวันที่สะท้อนวัฒนธรรม ในขณะที่สาขาสังคมวิทยาจะเน้นศึกษาพลวัตการสร้างระเบียบสังคมขึ้นมา และการตอบสนองของปัจเจกต่อโครงสร้างสังคม ตั้งแต่ในระดับชีวิตประจำวันไปจนถึงระดับโลก 

กล่าวโดยสรุป คือ สังคมวิทยาจะศึกษาสังคมและปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในสังคมในระดับกว้าง แต่มานุษยวิทยาจะศึกษาในระดับที่แคบและเฉพาะกลุ่มลงไปมากกว่านั่นเอง

แนวทางการประกอบอาชีพ

นิสิตที่เรียนจบภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาสามารถเลือกประกอบอาชีพได้ในทุก ๆ ทาง ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ราชการ หรือนักวิชาการ

หากเลือกทำเอกชน ก็สามารถทำได้หลายตำแหน่ง อาจเป็น Marketing ก็ได้ เพราะเรามีความรู้ในด้านการทำวิจัยทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ซึ่งเป็นพื้นฐานจากการเรียนภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาที่สามารถนำมาต่อยอดในการทำวิจัยการตลาดได้ นอกจากนี้ ถ้าเลือกเรียนทางสังคมวิทยาโดยเฉพาะก็จะได้เรียนวิชาการสำรวจประชามติและการวิจัยการตลาดที่สามารถนำความรู้มาปรับใช้กับการทำงานในสายนี้ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งอื่น ๆ อีก เช่น HR หรือบางบริษัท บางสายงานก็อยากได้นักมนุษยฯ ไปช่วยวิเคราะห์ เช่น ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งก็อาจเป็นสายอาชีพที่สามารถเลือกทำได้เช่นกัน

หากเลือกทำงานสายราชการ อันที่จริงแล้วสามารถทำได้หลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับว่าตัวเราอยากไปทางสายไหน เช่น นักพัฒนาชุมชน หรือนักวิเคราะห์นโยบายและแผน และยังมีอีกหลายตำแหน่งในสายงานราชการที่คนที่จบภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาสามารถไปทำต่อได้

แต่ถ้าหากไม่อยากทำงานในราชการหรือเอกชนโดยตรง ก็อาจเลือกมาทางสายวิชาการได้ เช่นเป็นนักวิจัยหรือนักวิชาการให้กับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร หรือว่าจะมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ได้ด้วยเหมือนกัน

แนะนำรายวิชาในภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

  1. ทฤษฎีสังคมวิทยา (Sociological Theories)

: วิชานี้เป็นวิชาเรียนรวมของภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา โดยตัวเนื้อหาจะเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีทางสังคมของนักคิดต่าง ๆ เป็นวิชาที่มีประโยชน์อย่างมากเนื่องจากสามารถนำไปต่อยอดและใช้งานกับวิชาอื่น ๆ ได้ โดยเนื้อหาจะมีทั้งทฤษฎีที่เกี่ยวกับระบบทุนนิยม อาทิ Karl Marx ไปจนถึงทฤษฎีที่สามารถนำไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สังคมปัจจุบัน เช่น Black Lives Matter, LGBTQIA+, Race and Gender และ Metaverse วิชานี้จึงเปรียบเสมือนการปูพื้นฐานทางทฤษฎีให้แก่ภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

  1. สถิติสำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ (Statistics for Social Science Research)

: วิชานี้เป็นวิชาเรียนรวมของภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ในครึ่งเทอมแรกจะเรียนเกี่ยวกับการทำสถิติทางสังคมศาสตร์ โดยเนื้อหาจะมีตั้งแต่สถิติในระดับชั้นมัธยมปลาย อาทิ Mean Median Mode การคำนวณหาค่าร้อยละ ทว่า จุดสำคัญของวิชานี้คือการเขียนพรรณาข้อมูลที่ได้มาจากการดูสถิติ รวมไปถึงการสร้างตารางสถิติเพื่อนำเสนอข้อมูล และเรียนลึกไปถึงรูปแบบการขอแบบสอบถาม การเลือกตั้งคำถามปลายเปิดและปลายปิด และในครึ่งเทอมหลังจะเรียนเกี่ยวกับโปรแกรมการคำนวณค่าสถิติ เป็นวิชาที่ค่อนข้างมีความสำคัญมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่สนใจงานในด้านการวิจัยผ่านการใช้เครื่องมือทางสถิติ 

  1. อาชญาวิทยา (Criminology)

: วิชานี้เป็นวิชาเรียนรวมของภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ซึ่งจะเรียนเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมต่าง ๆ ตั้งแต่มูลเหตุไปจนการลงโทษ วิชานี้มีความน่าสนใจในหลาย ๆ ประเด็น เปิดโลกในบางเรื่องให้กับผู้เรียนแต่อาจไม่ได้ลงลึกมากนักเพราะเป็นเสมือนวิชาปูพื้นฐานก่อน บางคนที่เรียนแล้วเกิดความสนใจก็อาจเลือกเรียนวิชาโทอาชญาวิทยาต่อได้ หรืออาจเลือกเรียนวิชาอื่น ๆ ในสายนี้ที่สามารถเก็บเป็นวิชาเสรีหรือ Gen-ed ได้ เช่น รายวิชาการกระทำผิดในเด็ก (Juvenile Delinquency/Juv Del) นอกจากนี้ ในช่วงที่โรคระบาดโควิด-19 ยังไม่ได้เกิดขึ้น อาจารย์ก็จะพานิสิตในรายวิชานี้ไปทัศนศึกษาที่เรือนจำอีกด้วย 

  1. การอ่านวรรณกรรมทางมานุษยวิทยา (Reading in Anthropology)

: วิชานี้เป็นวิชาในส่วนของคนที่เลือกสาขามานุษยวิทยา โดยจะมีบทความที่อาจารย์ระบุให้อ่าน มาให้เราอ่านล่วงหน้า ซึ่งงานเขียนที่อาจารย์ให้มาก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับมานุษยวิทยา เช่น มานุษยวิทยาธุรกิจ มานุษยวิทยาองค์กร ในตัววิชาอาจารย์ก็จะเลคเชอร์เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนหรือบทความที่ให้อ่าน บางอาทิตย์ก็จะมีงานให้ทำ ทั้งงานเดี่ยว งานกลุ่ม งานคู่ หรือบางทีอาจารย์ก็จะเปิดพื้นที่ให้นิสิตมาถกและพูดคุยกัน เช่น หากสัปดาห์หนึ่งเรียนเรื่องมานุษยวิทยาการแพทย์ อาจารย์ก็เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้พูดคุยเรื่องสุขภาวะกับโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ วิชานี้ยังเป็นวิชาที่ได้เรียนหลากหลายหัวข้อ นอกจากที่กล่าวไปว่ามีมานุษยวิทยาธุรกิจ มานุษยวิทยาการแพทย์แล้ว ยังมีหัวข้ออื่น ๆ อีก เช่น ศิลปะ ภาษา ซึ่งเป็นวิชาที่ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มากมายในทางมานุษยวิทยา